พิธีรดน้ำในสมัยโบราณ
ในสมัยโบราณ พิธีรดน้ำต่างจากสมัยปัจจุบัน คือเมื่อพระมาสวดมนต์ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างก็มีเพื่อนบ่าว
และเพื่อนสาวห้อมล้อมออกมา ไปนั่งตั้งวงแยกกันอยู่ข้างหน้าพระสงฆ์แล้ว
ก.พระสวมมงคลให้แก่คู่บ่าวสาว(โดยการสวมมงคลให้ฝ่ายหญิง พระจะจับมือฝ่ายชายแล้วสวมมงคล
ให้ฝ่ายหญิง)
ข.พระเป็นผู้รดน้ำแต่งงาน
ค.รดน้ำด้วยเอาโอตักน้ำ ซัดเปียกทั้งตัว จนถึงต้องผลัดผ้าแต่งตัวใหม่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ง.การที่พวกเพื่อนบ่าวสาวเข้ารับน้ำมนต์เป็นอุบายแกล้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้เข้าไปชิดติดกัน
ดังปรากฏในเสภาเรื่องขุนช้างชุนแผน ตอนแต่งงานพระไวยกับศรีมาลา ว่า
"ครั้นถึงนั่งน้อมฟังพระธรรมพระสดำจับมงคลคู่ใส่สายสิญจน์โยงศรีมาลามาพระไวยพอฆ้องใหญ่หึ่งดังตั้งชยันโตหนุ่มสาวเคียงเข้านั่งอัดพระสงฆ์เช็ดตาลบัตรซัดน้ำโร่ปรำลงข้างสีกาห้าหกโอท่านยายโพสาวนำ น้ำเข้าตาอึดอัดยัดเยียดเบียดกันกลมเอาหนามซ่มแทงท้องร้องอุยหน่าที่ไม่ถูกเท้ายันดันเข้ามาท่านยายสาออกมานั่งบังกันไว้มหาดเล็กโลนโลนโดนกระแทกโอยพ่อขี้จะแตกทนไม่ไหว
DSC_1501.jpg
DSC_1212.jpg
พิธีรดน้ำในหมู่บ้านหนองป่าแซง
เมื่อพิธีขันหมากเสร็จสิ้นแล้ว ถึงเวลาเย็นในวันนั้น ทำพิธีสงฆ์ นิมนต์พระมาสวดมนต์
เจ้าบ่าวจะต้องออกไปจุดธูปเทียน นั่งฟังพระสวดมนต์แต่ผู้เดียว ส่วนในตอนรุ่งขึ้นเช้า
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องออกมาตักบาตรด้วยกัน เมื่อทำบุญเลี้ยงพระแล้ว ช่วยกันประเคน
ของถวายพระเป็นอันเสร็จพิธี
ครั้นถึงฤกษ์รดน้ำ เจ้าบ่าวเจ้าสาวออกไปนั่งที่ซึ่งจัดไว้ บ่ายหน้าไปทางทิศที่โหราจารย์กำหนด
ผู้ชายนั่งข้างขวามือของผู้หญิง แล้วผู้ใหญ่ที่เป็นประธานในงาน สวมมงคลครอบศีรษะฝ่าย
ชายและฝ่ายหญิง และเริ่มรดน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาวพร้อมกับให้ศีลให้พร เสร็จแล้วแขกที่ได้รับ
เชิญมาในงานก็ทยอยเข้ามารดน้ำตามลำดับ หมดจากแขกแล้วก็ถึงวงศ์ญาติ ครั้นหมดผู้รดน้ำ
เรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่ก็จะปลดด้ายมงคลออก ถือเคล็ดกันว่า ถ้าปลดออกจากศีรษะฝ่ายชายก่อน
ชายก็มีอำนาจเหนือฝ่ายหญิง ถ้าปลดออกจากศีรษะหญิงก่อน ก็ถือว่าต่อไปหญิงจะมีอำนาจ
มากกว่าฝ่ายชาย


ขั้นตอนในการทำพิธีรดน้ำ
ความเป็นมาของหอยสังข์ที่นำมาใช้ในพิธี คุณเคยคิดสงสัยไหมว่า ทำไมต้องใช้หอยสังข์เป็นภาชนะใส่น้ำมนต์หลั่งอวยพรให้คู่บ่าวสาว ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า หอยสังข์เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 14 อย่าง อันเกิดจากกวนเกษียรสมุทรของเหล่าเทวดาและอสูร บางเชื่อว่าครั้งหนึ่งสังข์อสูรได้ลักเอาพระเวทไปซ่อนไว้ในหอยสังข์ พระนารายณ์ได้อวตารไปปราบและสังหาร แล้วทรงล้วงเอาพระเวทออกมาจากสังข์ ทำให้ปากหอยสังข์มีรอยพระหัตถ์ของพระนารายณ์ จึงถือกันว่าสังข์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยเป็นที่รองรับพระเวท การนำมาใส่น้ำมนต์รดให้คู่บ่าวสาว เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคล
เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคล และนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว จะมีคนคอยตักน้ำพระพุทธมนต์เติมในสังข์ เพื่อส่งให้ผู้ที่จะรดน้ำอวยพร โดยเริ่มจากพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว หรือญาติผู้ใหญ่ ตามลำดับ นิยมรดใส่ในมือให้เจ้าสาวก่อน แล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว และกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาวประสบความสุขความเจริญ อยู่ด้วนกันจนแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ขณะรดน้ำสังข์ พระสงฆ์จะสวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว แต่ในปัจจุบัน นิยมทำพิธีรดน้ำกันตอนเย็น ก่อนเวลากินเลี้ยงฉลองสมรส ซึ่งมักจะจัดที่โรงแรม หรือหอประชุม หากจะให้มีพระสวดชยันโตในเวลารดน้ำต้องนิมนต์พระมาด้วย
มีเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ คือหลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จแล้ว หากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อน ฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน เช่น เจ้าสาวลุกขึ้นก่อน สามีจะกลัว หากถือมากเกินไปคงจะวุ่นวายน่าดูเลย หลังจากเสร็จพิธีรดน้ำต่างตนต่างรีบลุก ควรช่วยกันประคองกันแบบนี้จะดีกว่า แถมดูแล้วน่าประทับใจ
สมัยโบราณ ในพิธีการแต่งงานจะไม่มีการรดน้ำสังข์ แต่จะมีพิธีซัดน้ำ พระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธี โดยตักน้ำมนต์ในบาตรซัดสาดใส่คู่บ่าวสาว บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งมีอยู่หลายคู่ แกล้งนั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดกันชิดกัน การซัดน้ำนี้บางทีซัดจนเปียกปอนต้องเปลี่ยนชุดหลังเสร็จพิธี แบบนี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ