การเจรจาสู่ขอ

ในการเจรจาสู่ขอ เถ้าแก่จะใช้สำนวนโวหาร หากเป็นเถ้าแก่ที่รอบรู้ในประเพณีโบราณก็เจรจาเลียบเคียงได้ไพเราะ เช่นเจรจาว่า
ได้ยินว่าบ้านของผู้ฝ่ายหญิงมีพรรณฟักแฟงแตงเต้าอันงาม ก็ใคร่ที่จะมาขอพรรณไปเพาะปลูกบ้างดังนี้เป็นต้น ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็
รู้ความโดยนัยนั้น ในสมัยปัจจุบัน พูดขอเอาตรงๆก็มี ก็มี ไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง ยังไม่รู้จักผู้ชายนั้นดี ก็ต้องไต่ถาม
เถ้าแก่ต้องเป็นฝ่ายรับรองความประพฤติของฝ่ายชาย
ประเพณีโบราณ ปรากฏในบทเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นเราจะทราบใจความว่า เมื่อนางทองประสี (แม่เจ้าบ่าว) ไปขอนางพิมพ์
ต่อนางศรีประจันต์ (แม่เจ้าสาว) หาผู้ใหญ่สูงอายุในตำบลนั้น ชื่อตาสน ตาเสา ยายเม้า ยายมิ่ง อันเป็นที่นับถือด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
(จึงเรียกว่า เถ้าแก่) ไปด้วย 4 คน เมื่อนางทองประสีขอลูกสาว นางศรีประจันต์ว่า
“ตูจะขอถามความท่านยายลูกชายนั้นดีหรืออย่างไรไม่เล่นเบี้ยกินเหล้าเมากัญชาฝิ่นฝามันสูบบ้างหรือไม่จะสูงต่ำดำขาวคราวใครตูยังไม่เห็นแก่ตาว่าตามจริง ฯ”
1225457209.jpg

บทตรงนี้ส่อว่า ผู้ปกครองนั้นเป็นผู้สู่ขอ เถ้าแก่เป็นแต่ผู้รับประกัน
ซึ่งในการเจรจาสู่ขอในหมู่บ้านหนองป่าแซงธรรมเนียมโดยทั่วไป เมื่อมีผู้มาสู่ขอลูกสาว ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะปรึกษาหารือในหมู่ญาติพี่น้องของตนดูก่อน การที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงขอผลัดปรึกษาหารือกันนั้น ก็เพื่อฟังความเห็นของญาติพี่น้อง และจะได้ใช้เวลาสอบสวนความประพฤติของฝ่ายชายด้วย เมื่อปรึกษาตกลงกันด้วยความเต็มใจ และฝ่ายชายก็มีความประพฤติเป็นที่พอใจ ก็ตกลงยอมยกให้ และตามความเชื่อเรื่องดวงสมะพงษ์ ก็จะถามวันเดือนปีเกิดฝ่ายชายไว้ แล้วนำไปให้หมอดูช่วยตรวจว่า วันเดือนปีฝ่ายชายฝ่ายหญิง จะเป็นมิตรกันหรือไม่ ธาตุถูกต้องกันไหม อยู่นาคตัวเดียวหรือต่างตัวกัน เมื่ออยู่ร่วมกันแล้ว จะยากจนหรือมั่งคั่งสมบูรณ์อย่างไร ดังนี้เป็นต้น เมื่อเห็นว่าชะตาของทั้งสองฝ่ายถูกต้องกันดี ก็เป็นอันตกลง
DSC_1112.jpg